อาคารโรงเรียนสตรีอุทัยธานี

อาคารโรงเรียนสตรีอุทัยธานี

เบญจราชูทิศ

โรงเรียนสตรีอุทัยธานี เบญจมราชูทิศ เดิมมีชื่อว่า โรงเรียนเบญจราชูทิศ ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลถนนศรีอุทัยต่อมาปี พ.ศ.2461  ได้ย้ายโรงเรียนมาสร้างใหม่ ณ หลังว่าที่การ อำเภอเมืองอุทัยธานี ด้วยเงินรายได้ของจังหวัดเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว มี 2 มุข 9 ห้อง ทำการสอนตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 และมีชื่อใหม่ว่า โรงเรียนประจำจังหวัดอุทัยธานี อุทัยทวีเวทย์ ส่วนโรงเรียนเบญจมรา ชูทิศหลังเดิมนั้นใช้ชื่อว่า โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เปิดทำการสอนตั้งแต่ ป.1-ป.4 โรงเรียนสตรีอุทัยธานี “เบญจมราชูทิศ” ได้เรียนรวมอยู่กับโรงเรียนประจำจังหวัดอุทัยธานี “อุทัยทวีเวทย์” ณ หลังที่ว่าการอำเภอเมืองอุทัยธานี ตลอดมาจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2468 จึงได้แยกมาอยู่ตรงข้ามบ้านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเดิม  และใช้ชื่อใหม่ว่าโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดอุทัยธานี “เบญจมราชูทิศ”ในปีพ.ศ2471 ได้เปิดสอนชั้นมัธยมปีที่ 1  และเพิ่มขึ้นทุกปี จนในปี พ.ศ.2473 กระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าอาคารเรียนมีไม่พอ จึงให้เงินไปสร้าง อาคารใหม่ 1 หลังเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น รูปตัว L (ตัวแอล)ออกไปอีก4ห้อง รวมเป็น 12 ห้องเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น มีมุขกลาง คือ อาคารหลังปัจจุบันนี้ปัจจุบันโรงเรียนสตรี อุทัยธานี “เบญจมราชูทิศ” ได้รวมกับโรงเรียนอุทัยทวีเวทย์เป็นระบบสหศึกษาย้ายไปอยู่ที่บ้านเนินตูม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

ส่วนสถานที่เดิมอาคารเดิม ใช้เป็นที่ทำการของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี กับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานี พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้นพศิลปวัตถุโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ (อายุ 3,000 – 5,000 ปี) ซึ่งขุดพบในจังหวัดอุทัยธานี เช่นโครงกระดูก, เครื่องใช้, เครื่องประดับ, ฯลฯ มาตั้งแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมไว้ ณ อาคารหลังนี้

จึงนับได้ว่าอาคารโรงเรียนสตรี “เบญจมราชูทิศ” เป็นสถานที่แห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานีที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและยังรวมโบราณวัตถุที่มีค่ายิ่งของจังหวัดไว้ให้ประชาชนได้ชมอีกด้วย