วัดสังกัสรัตนคีรี

วัดสังกัสรัตนคีรี

วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีมีเขตพุทธาวาสส่วนหนึ่งอยู่บน ยอดเขา ส่วนหนึ่งอยู่บนที่ราบวัดนี้เดิม ชื่อ “วัดสังกัสรัตนคีรีมงคลประไพอุทัยเขตร์” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2422  โดยพระครูประไพคุณาอาจารย์ (ใจ) เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว (วัดมณีธุดงค์) ได้พบว่าบนยอดเขาแก้ว(เขาสะแกกรัง) มีซากของโบราณสถานอยู่อันเข้าใจว่าเป็นวัดมาแต่เดิม โดยชักชวนชาวพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสร้างทาง และทำบันไดขึ้นเขาและได้สร้างวัดสำเร็จในปี พ.ศ.2443 ต่อมาในปี 2446 สร้างวิหาร ปี2448 พระครูประไพคุณาจารย์ (ใจ) และขุนกอบกัยกิจ (นายอุ้ยสุ่น แซ่ตั้ง) ได้ชักชวนชาวพุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้างมณฑปบนยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง พร้อมกับสร้าง ศาลาปรกไว้ในวัดสังกัสรัตนคีรีฯ อีก 1 หลัง

ในปีพ.ศ.2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดอุทัยธานี ได้  เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทมณฑปนี้

ปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งมณฑปหลังนี้ได้ถูกไฟป่าไหม้ เมื่อพ.ศ.2478 มณฑปหลังที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเจ้าคุณสุนทรมุณี (พุฒ) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีในสมัยนั้น

เขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) มีบันไดก่อด้วยอิฐถือปูนตั้งแต่เชิงเขาถึงมณฑปประมาณ 449 ขั้น นอกจากเดินขึ้นทางบันไดแล้ว ยังมีทางรถยนต์ขึ้นถึงมณฑปได้ด้วย ถ้าขึ้นถึงมณฑปแล้วจะมองเห็นทัศนียภาพเมืองอุทัยธานีได้ทั่วถึง

บนยอดเขาสะแกกรัง นอกจากจะมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองแล้ว ยังมีวิหาร , ระฆังใหญ่ , อนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 และอื่นๆ อีกมากมาย เบื้องล่างในบริเวณวัดมีศาลาการเปรียญ , วิหารและพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นพระพุทธรูปที่ชาวอุทัยธานีเคารพสักการะสูงสุด

ศาลาการเปรียญวัดสังกัสรัตนคีรี

ศาลาการเปรียญ

สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2465  โดยขุนกอบกัยกิจ (นายอุ้ย สุ่น แซ่ตั้ง) กับพุทธบริษัท เป็นศาลาชั้นเดียว ไม่มีใต้ถุน ลักษณะการสร้างเป็นศิลปะจีนเป็นไทย เครื่องหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องซีเมนต์ แนวสันกลางหลังคาตกแต่งด้วยศิลปะจีนสันตะเฆ้ ตกแต่งด้วยครุฑและเทพพนมหน้าบันเป็นลวดลายไทย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับรามเกียรติ์ ด้านข้างมีหอระฆังสร้างเมื่อปี พ.ศ.2464ลักษณะเป็นศาลาไทย มีลวดลายจีนตกแต่ง มีระฆังสำริดขนาดกลางหล่อ เมื่อปีพ.ศ.2465 แขวนไว้นับว่าหอระฆังนี้มีส่วนช่วยเสริมให้ศาลาการเปรียญมีความแลกงามตายิ่งขึ้น ปัจจุบันศาลาการเปรียญเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกใช้เป็นที่ทำบุญตักบาตรในเทศกาลสำคัญๆ และในวันธรรมสวนะ นอกจากนี้ส่วนราชการยังใช้เป็นสถานที่ประชุม จึงนับได้ว่าศาลาการเปรียญหลังนี้มีคุณค่าในด้านความงามและทรงคุณประโยชน์อีกด้วย

วิหารพระพุทธรัตนมุนี

วิหารพุทธรัตนมุนี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2446 โดยขุนกอบกัยกิจ (นายอุ้ยสุ่น แซ่ตั้ง) เป็นอาคารตึกกว้าง 3 วา 1 ศอก ยาว6 วา สูง 9 ศอก เครื่องหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ พื้นปูด้วยหินแกรนิตลักษณะการสร้างเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมจีน ตามประตูหน้าต่าง มีลายปูนปั้นเป็นรูปลายเครือเถา และมังกร

ทุกซุ้มภายในวิหารมีพระพุทธรัตนมุนีเป็นพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ภายในบรรจุพระแก้วมรกตที่นำมาจากเมืองจีนและมีพระพุทธรูปอื่นๆอีก 6 องค์ รวมเป็น 7 องค์  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์หล่อด้วยทองเหลือง อีก 5 องค์ ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนับว่าเป็นวิหารที่มีคุณค่ายิ่ง (ปัจจุบันได้บูรณะซ่อมแซมแล้ว)

มณฑป

เป็นปูชนียสถานสำคัญเป็นศรีบ้านศรีเมือง และมิ่งขวัญของชาวอุทัยธานี มณฑปองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่สร้างใหม่แทนองค์เก่าซึ่งถูกไฟป่าไหม้โดยเงินบริจาค ของชาวอุทัยธานีและความอุปถัมภ์จาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม เริ่มสร้างเมื่อปีพ.ศ.2497 และ สร้างสำเร็จในปีพ.ศ.2511รูปทรงจำลองมาจากมณฑปพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี  บานประตูมณฑปแกะเป็นรูปเทพยดา  ผู้รักษาทิศทั้ง 4 ด้านหน้ามณฑปมีระฆังใบใหญ่หล่อด้วยสำริด มีขนาดสูงถึง141 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 120 ซ.ม. หนัก 2 ตัน สร้างขึ้นปีพ.ศ.2443 โดยพระครู ประไพคุณาจารย์ (ใจ) ร่วมกับพุทธศาสนิกชน